●● ท่องเที่ยววันหยุด วาไรตี้แสนสนุก! เรื่องราวฮอตฮิต! สิ่งที่คุณเห็น...จะทำให้คุณต้องตะลึง คลิ๊ก! ●●

หาเพื่อน หาแฟน หาคู่

เล่นเกมส์

ดูดวง

สูตรวิเศษ สาระน่ารู้ เรื่องสุขภาพ

งาน - อาชีพเสริมทำเงินล้าน

ผู้เขียน หัวข้อ: แต่งงานทั้งทีต้องจ่ายเท่าไหร่  (อ่าน 524 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Admin

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1120
  • ถูกใจ 116
    • เมทไทยดอทคอม | MateThai
แต่งงานทั้งทีต้องจ่ายเท่าไหร่
« เมื่อ: มีนาคม 22, 2014, 09:09:18 PM »
แต่งงานทั้งทีต้องจ่ายเท่าไหร่
เห็นหลายๆคนขอแต่งงานในช่วงนี้ และหลายๆคนก็แต่งงานกันไปหลายคู่ แต่อีกหลายคน ก็บอกว่า ยังไม่พร้อม หรือบอกว่า กำลังเก็บเงินแต่งงาน จริงๆแล้ว การเก็บเงินแต่งงาน มันต่างจากการเก็บเงินซื้อบ้าน ซื้อรถยังไง ทำไม คู่รัก ถึงจะต้องทำงานหนัก เพื่อเก็บเงินซื้อเรือนหอ และเก็บเงินแต่งงาน

แต่งงานทั้งทีต้องจ่ายเท่าไหร่
อันนี้ผมไม่รวมถึง ค่าสินสอด ค่าทอง ค่าอะไรต่อมิอะไรปลีกย่อยนะครับ อย่างแหวนหมั้นเนี่ย ทั้งแหวนผู้หญิง และผู้ชาย เราควรพิจารณาให้เหมาะสมกับความจำเป็น ฐานะ เพราะแต่งงานไปแล้ว สองฝ่ายจะสวมแหวนหมั้นที่นิ้วนางตลอดเวลา หากใส่แหวนเป็นหลักแสนหรือล้าน หากทำแหวนหายไป หรือจำเป็นต้องกู้มาเพื่อซื้อแหวนหมั้นราคาแพงๆ มันคุ้มกันไหม อันนี้อยู่ที่มุมมองของคนสองคนครับ สำหรับคำแนะนำผมขอไม่อ้างอิงงานแต่งงานของผมนะครับ เพราะแต่ละคน มีความจำเป็นที่แตกต่างกัน

พอขอแต่งงาน แล้วมีผู้ใหญ่มาสู่ขอ อย่างแรกคือการหาฤกษ์ บางบ้านอาจจะให้ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ พระ หรือผู้นำศาสนาที่นับถือ ช่วยหาฤกษ์ให้ มีฤกษ์หมั้น ฤกษ์แต่งงาน หรือแล้วแต่ บางคนอาจจะไม่ได้ซีเรียส เอาฤกษ์สะดวกก็อำนวยความสะดวกให้แขกที่มางานได้สะดวก เพราะบางครั้ง ฤกษ์หมั้นวันธรรมดา แต่งวันธรรมดา แขกเหรื่อต้องลางาน บางครั้งมาจากต่างจังหวัดต้องหาที่พัก วิธีแนะนำของผมคือ เอาที่ญาติผู้ใหญ่ สบายที่สุด คือยังไงสองฝ่าย บ่าวสาวก็ต้องลางานอยู่แล้ว ห่วงแต่ญาติผู้ใหญ่ ผู้เฒ่าผู้แก่จะเดินทางลำบาก หรือหากหาเถ้าแก่ หรือผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่การงานสูงๆ ก็อาจจะต้องสอบถามเวลาของท่านก่อน หรือหากเป็นญาติที่ต่างจังหวัด ก็อาจจะต้องมีค่ารถ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก อาหาร เพิ่มเติมที่ญาติต้องจ่าย หรือเราช่วยซัพพอร์ตด้วย

สำหรับเงินแต่งงาน เรียกว่างบสำหรับพิธี คำแนะนำคือ หากจะจัดงานแต่งงานใหญ่โต ให้สมเกียรติ และหน้าตาของคู่บ่าวสาว รวมไปถึงญาติผู้ใหญ่ อันนี้จะเป็นประเด็นของการเก็บเงินแต่งงานแล้วว่าต้องเก็บเงินให้มากพอ เพราะสถานที่ ความโอ่อ่าของพิธีการ แขกผู้ใหญ่ จำนวนแขก ระดับอาหารที่เลี้ยงแขกนั้นสำคัญมาก แต่ถ้าไม่ได้จำเป็นอะไรมากมาย แถมผู้หลักผู้ใหญ่ ไม่ได้ต้องการจัดงานใหญ่โต หรูหรา อลังการ ซึ่งหากจัดงานใหญ่ แน่นอนว่า ญาติผู้ใหญ่ เพื่อน อาจจะต้องตัดชุดใหม่ รองเท้า กระเป๋า หาสูท มาร่วมงานคุณ ซึ่งยังไม่รวมกับเงินใส่ซองด้วย ดังนั้น การกำหนดงบในการจัดงานแต่งงาน อยู่ที่คนสองคน และการพูดคุยกับผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย และสำหรับงานหมั้นก็มีค่าใช้จ่ายเช่นกัน บ้านใครที่ถือประเพณีไทย จีน คริสต์ ก็จะแตกต่างกัน บางบ้านจัดงานหมั้น แห่ขันหมากเต็มรูปแบบก็ตามตกลงกัน

งานแต่งงานส่วนใหญ่ สมัยนี้ใช้ Wedding Planner, Wedding Organizer ทั้งนั้น และมีแพ็คเกจเหมาจ่าย มีชุดเจ้าบ่าว เจ้าสาว ตอนหมั้น ตอนแต่งงาน ชุดถ่ายภาพ Pre-Wedding ต้องพิจารณาว่า รวมค่าแต่งหน้า ทำผม งานหมั้น งานแต่ง หรือยัง รวมค่าทำการ์ดหรือยัง หรือเราจะทำเอง (แนะนำถ้าไม่อยากเปลืองงบ ให้ทำภาพเองแล้วไปพรินต์ร้านอัดรูป ถูกมากๆ และใช้ Social Network ช่วยกระจายต่อ) ในส่วนของการหมั้น ก็มีแพ็คเกจพร้อม มีค่าดอกไม้จัดฉาก เวที มีอุปกรณ์ให้ครบ ถ้าหมั้นและแต่งงานวันเดียวกัน อาจจะใช้บางอุปกรณ์ร่วมกันเพื่อประหยัดงบ ของชำร่วยก็เลือกเอาตามความชอบ คำนวณจำนวนคนให้พอดี

สำหรับค่าสถานที่นั้น บางสถานที่ เราอาจจะเช่าเฉพาะหอประชุม อาจจะรวมไปถึงเครื่องเสียง นักร้อง วงดนตรีด้วย หรือบางแห่ง อาจจะกำหนดว่า ต้องใช้บริการน้ำ และเด็กเสิร์ฟของทางสถานที่นั้นๆ โต๊ะละเท่าไหร ส่วนโต๊ะจีน ต้องสอบถามว่า โต๊ะ 8 หรือโต๊ะ 10 คน บาง Wedding Organizer อาจจะมีกำหนด ราคาโต๊ะพร้อมอาหารกี่อย่าง เราต้องสอบถามว่า มีน้ำแข็งแกะสลักให้ไหม มีโต๊ะวางสมุดอวยพรให้ไหม มีตัดเค้กไหม มีกล่องหัวใจใส่ซองให้หรือไม่ มีช่อดอกไม้ที่ให้เจ้าสาวโยนพร้อมไหม มีพวงมาลัยบ่าวสาวพร้อมหรือยัง บางแพ็คเกจเราไม่ต้องทำอะไรเลย เขาจัดการให้เสร็จสรรพ พร้อมป้ายหน้างาน ถ่ายรูปหน้างาน ป้ายบนเวทีตอนหมั้น และตอนแต่งงาน

ธีมงานแต่ง สำคัญไหม แล้วแต่เจ้าบ่าว เจ้าสาวเลย บางคู่ อาจจะจัดสังสรรค์กับเพื่อนๆ แต่งตัวตามธีมต่างๆ อันนี้ไม่มีกำหนดตายตัว (บางทีเราก็แอบเกรงใจแขกต้องหาชุดให้เข้ากับธีม บางคนต้องซื้อใหม่ใส่ครั้งเดียว)

ในส่วนของงานแต่งงานตอนกลางคืน นักร้อง วงดนตรี ใช้ของสถานที่เลย หรือว่าข้างนอก ช่างภาพนิ่ง วีดีโอ วีดีโอพรีเซนต์งานแต่งงาน มีหรือไม่ เลิศหรูอลังการแค่ไหน อันนี้บางอย่างเรายืดหยุ่นได้ บางคนอาจจะไปเน้นอาหารอร่อย เพลงเพราะ เน้นให้ญาติ เพื่อนฝูง ออกมาร้องเพลงคาราโอเกะ

นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายปลีกย่อย เช่น รองเท้าเจ้าบ่าว กรณีใส่ชุดสูทขาว รองเท้าเจ้าสาว สีขาว เครื่องประดับ ลองปรึกษา Wedding Organizer ดู หรือถ้าจำเป็นต้องตกแต่งสถานที่เพิ่มเติม อาจจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเพื่อความสวยงาม

การไปดูสถานที่จริงในงานแต่งคนอื่นก่อนถึงวันงานของเราสำคัญและจำเป็นมาก ทำให้เรารู้ว่า ปิดไฟแล้วมืดแค่ไหน ไฟหรี่ หรี่ได้แค่ไหน จำเป็นต้องเพิ่มไฟหรือไม่ ต้องมีอะไรเพิ่มเติม หรือปรับเปลี่ยนการจัดวางหรือไม่ นอกจากนี้ก็ยังมีค่าของรับไหว้

จากประสบการณ์ที่ผมแต่งงานมาก ถามว่า เก็บเงินแต่งงานเท่าไหรถึงจะพอ ไม่รวมค่าสินสอด ไม่รวมค่าแหวน อย่างต่ำๆก็ 200,000 – 250,000 บาท (เฉพาะค่าแพ็คเกจ ค่าโต๊ะจีน ยังไม่รวมสินสอด ค่าแหวน ค่าของรับไหว้ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ) รวมๆแล้ว การแต่งงานครั้งหนึ่ง อย่างต่ำๆแบบกลางๆ ก็ต้องใช้เงินประมาณ 3 – 5 แสนบาท แต่หากมีการจัดงานหรู มีสเกลงานใหญ่โตอาจจะพุ่งขึ้นไปเกือบล้าน หรือถึงล้าน ไม่รวมค่าเรือนหอ บ้าน รถ และยังไม่รวมสินสอดสำหรับงานใหญ่ๆ ที่บางครั้งค่าแหวนก็หลักหลายล้านแล้ว

ส่วนใครที่คิดเรื่องซอง ก็อยู่ที่ว่าคุณเชิญแขกระดับไหน แล้วแต่ละคนจะใส่ซองเท่าไหร เรามีค่าใช้จ่ายงานแต่งงานแค่ไหน คุ้มไหม เพราะบางสถานที่ ความหรูหรา ก็กำหนดจำนวนเงินใส่ซองด้วยเหมือนกัน แต่อย่าลืมว่า ญาติ ผู้ใหญ่ แขก อาจจะต้องเตรียมเงินเผื่อไว้ตัดชุดใหม่ ผู้หญิงอาจจะต้องซื้อกระเป๋าใหม่ แต่งหน้า ทำผม รองเท้าใหม่เพื่อให้เข้ากับธีมงานด้วย โดยยังไม่รวมเงินใส่ซอง

จาก Infographic ด้านบน ก็พอจะเป็นไกด์ได้คร่าวๆ ว่า จะแต่งงาน มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง แต่เอาเข้าจริงๆ มันไม่ได้มีแค่นั้น มีค่าเรือนหอ ค่าแหวน ค่าสินสอด บางครั้งอาจจะมากหรือน้อยกว่าค่าใช้จ่ายงานแต่งงานเสียอีก แต่สิ่งที่สำคัญ ไม่ใช่แค่งานแต่งงานเลิศหรูอลังการ แต่เป็นการเก็บเงินเพื่อใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันไปตลอดชีวิต การสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต เพื่อที่จะเลี้ยงดูคนที่เรารักไปตลอดชีวิต และเงินสำหรับการเลี้ยงลูกในอนาคต ผมเอง เคยพูดว่า อยากจะสร้างอนาคตกับภรรยาผม การเก็บเงินแต่งงาน ก็เป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างความมั่นใจและหลักประกันว่า เราจะมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง เราจะอยู่กันไปตลอดชีวิต จากที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ผมถือว่า คำว่า “เก็บเงินแต่งงาน” มีความหมายมาก เพราะมันคือการสร้างอนาคตผูกโซ่คล้องใจคนที่เรารักไปตลอดชีวิต
Credit “รักแล้วต้องทุ่ม แต่งงานทั้งที ต้องใช้จ่ายเท่าไหร

ดูรูปให้ง่าย ใช้วิธี คลิ๊กขวาไปที่รูป
แล้วเลือก เปิดรูปภาพในแท็ปใหม่ จะดูภาพได้ง่ายที่สุดครับ

หรือไม่ก็
คลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพขยายครับ
หรือเลื่อนภาพ จากแถบเลื่อนภาพ ข้างล่างครับ
 :wanwan017: